หนังสือที่สำนักพิมพ์จัดพิมพ์แบ่งเป็นสองชุด ชุดแรกได้แก่ "ชุดหนังสือพันดารา" พิมพ์งานแปลพระสูตร คัมภีร์สาธนะ และงานเขียนเกี่ยวกับทิเบตและพระพุทธศาสนา ชุดที่สองได้แก่ "ชุดหนังสือนาลันทา" พิมพ์งานแปลคำสอนของพระอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนาลันทาในอดีต รวมทั้งพระอาจารย์ที่สืบสายคำสอนจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ รายได้ทั้งหมดของสำนักพิมพ์จะนำไปสมทบทุนในการทำกิจกรรมด้านตางๆของมูลนิธิ
นอกจากนี้ มูลนิธิยังได้ตีพิมพ์ สารพันดารา ซึ่งเป็นจดหมายข่าวทุกสี่เดือน เพื่อเผยแพร่ข่าวสารและกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิ ตลอดจนข้อเขียนทางธรรมะทีมีประโยชน์ ท่านสามารถอ่าน สารพันดาราฉบับก่อนๆ ได้ที่นี่
หนังสือที่สำนักพิมพ์ได้ตีพิมพ์แล้วมีดังนี้
ชุดหนังสือพันดารา
1. พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตสูตร
ผู้แปล: โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ปีที่พิมพ์ 2548
เป็นการแปลพระสูตรหลักของพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ซึ่งทรงเป็นพระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์และการเยียวยารักษา จัดพิมพ์เนื่องในงานพระราชทางเพลิงศพ ศ. นพ. ทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ไม่มีวางจำหน่าย ต้นฉบับของหนังสือสามารถดาว์นโหลดได้ฟรีที่นี่
2. ความตายกับการตาย: มุมมองจาศาสนากับวิทยาศาสตร์
โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ บรรณาธิการ ปีที่พิมพ์ 2549
หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานจากการประชุมเรื่อง "ความตายกับการตาย: มุมมองจากศาสนาและวิทยาศาสตร์" ซึ่งได้จัดขึ้นที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 12 - 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 หนังสือรวบรวมบทความจากคณาจารย์หลากหลายสาขา อาทิ ปรัชญา ศาสนา แพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ กฎหมาย ซึ่งต่างมุ่งวิเคราะห์ปรากฏการณ์ความตายไว้อย่างน่าสนใจ หนังสือมีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ราคาหน้าปกเล่มละ 290 บาท หนังสือสามารถสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตได้ที่นี่
3. แสงจันทร์เหนือยอดสน ... กับความทรงจำอันงดงาม
ผู้เขียน กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ ปีที่พิมพ์ 2549
หนังสือรวบรวมบทกวีธรรมะซึ่งอาจารย์กฤษดาวรรณได้กลั่นกรองเขียนออกมาจากประสบการณ์ ที่เดินทางไปจาริกแสวงบุญในทิเบต และจากการปฏิบัติธรรม มีภาพประกอบสี่สีสวยงามซึ่งอาจารย์ได้ถ่ายเองจากทิเบตตลอดทั้งเล่ม มีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ราคาหน้าปกเล่มละ 269 บาท รายได้นำไปสมทบทุนสร้างภัทรกัลป์ตาราจขทิรวัณ สำนักปฏิบัติธรรมของมูลนิธิที่ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ชุดหนังสือนาลันทา
1. วิถีชีวิตของพระโพธิสัตว์
ผู้แปลและเขียนบทนำ: โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ปีที่พิมพ์ 2550
แปลจาก โพธิจรรยาวตาร (Bodhicaryavatara) อันเป็นงานงานอมติของท่านศานติเทวะ (Shantideva) พระอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนาลันทาเมื่อประมาณคริสตศตวรรษที่แปด เนื้อหาประกอบด้วยข้อเสนอแนะในการปฏิบัติธรรมของพระโพธิสัตว์ ในพระพุทธศาสนาแบบทิเบต ไม่มีงานชิ้นใดที่จะมีอิทธิพลหรือได้รับการยกย่องมากเท่ากับชิ้นนี้ และเป็นหนังสือหลักในการศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุในมหาวิทยาลัยสงฆ์ของทิเบตทุกแห่ง มีจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ราคาหน้าปกเล่มละ 119 บาท
2. ประทีปส่องโพธิมรรค
ผู้แปล: พระธัมมนันทาภิกษุณี ปีที่พิมพ์ 2549
มูลนิธิพันดาราร่วมกับวัตรทรงธรรมกัลยาณี ได้อัญเชิญพระนิพนธ์ของสมเด็จดาไลลามะที่สิบสี่ มาจัดพิมพ์เผยแพร่เพื่อเป็นธรรมทาน
จากการที่องค์ดาไลลามะได้ทรงมีพระเมตตาที่จะเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธศาสนาให้แก่บุคคลทั่วไป จึงได้ทรงคัดเลือกคัมภีร์สำคัญสองเล่ม ได้แก่ "ประทีปส่องโพธิมรรค" ของพระอาจารย์ทีปังกรอตีศะ และ "สายธารจากประสบการณ์" ของพระอาจารย์ซงคาปา โดยที่พระองค์ได้ทรงให้อรรถาธิบายเพิ่มเติม
ไม่มีวางจำหน่าย ท่านที่สนใจหนังสือเล่มนี้ติดต่อขอรับได้ที่สำนักงานของมูลนิธิ โทร. 02 511 4112
3. โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง
ผู้แปล: โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ ปีที่พิมพ์ 2551
คัมภีร์ มูลมัธยมกการิกา หรือแปลเป็นไทยว่า "โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง" เป็นงานที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของพระพุทธศาสนา รจนาโดยพระอาจารย์นาคารชุน ซึ่งเชื่อกันว่าท่านมีชีวิตอยู่ในประเทศอินเดียตอนใต้ เมื่อราวศตวรรษที่สองหลังคริสตกาล ท่านเป็นผู้ก่อตั้งสำนักปรัชญาพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า "มาธยมิกะ" หรือ "สำนักทางสายกลาง" และงานชิ้นนี้ของท่านก็มีผู้ศึกษาเล่าเรียนและนำไปอ้างอิงกับบรรยายอธิบายความหมายในทุกๆวัฒนธรรม ที่พระพุทธศาสนาฝ่ายสันสกฤตได้แพร่กระจายไป ได้แก่ทิเบต จีน เกาหลี ญี่ปุ่นและมองโกเลีย นอกจากนี้ งานชิ้นนี้ยังมีความสำคัญตรงที่เป็นจุดตั้งต้นของการแพร่กระจายของการตีความอันหลากหลาย โดยที่นิกายย่อยสองนิกายภายในสำนักคิดมาธยมิกะ อันได้แก่สวตันตริกมาธยมิกะ และปราสังคิกมาธยมิกะ ก็มีจุดกำเนิดจากความแตกต่างในการตีความตัวบทในงานของท่านนาคารชุนนี้
เนื้อหาของ "โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง" เป็นการนำเสนอแก่นคำสอนของพระพุทธศาสนา อันได้แก่เรื่องความว่างหรือ "ศูนยตา" (เขียนแบบบาลีได้ว่า "สุญญตา") โดยศูนยตานี้เป็นเนื้อหาของทางสายกลางที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ และท่านนาคารชุนได้นำมาขยายความอย่างละเอียดพิสดาร เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจประเด็นและแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับศูนยตาและทางสายกลางอย่างละเอียด ทั้งนี้ก็อยู่ภายในขอบเขตของคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด มีนักวิชาการบางฝ่ายที่เสนอว่า ข้อเขียนของท่านนาคารชุนในงานชิ้นนี้ มีบางส่วนที่เป็นการนำเสนอเนื้อหาใหม่เพิ่มไปจากที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนเอาไว้ แต่หากพิจารณางานชิ้นนี้อย่างถี่ถ้วนแล้วจะพบว่า ไม่มีโศลกใดเลยที่จะเสนอคำสอนที่เกินเลยหรือไม่ตรงต่อจุดมุ่งหมายหลักของพระพุทธเจ้าในการสอนสรรพสัตว์เพื่อให้เข้าใจหนทางแห่งการพ้นทุกข์ จุดที่งานของท่านนาคารชุนเพิ่มเข้ามาก็คือ การอธิบายและการให้เหตุผลสนับสนุนคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเป็นระบบ จุดสำคัญอยู่ที่การอ้างเหตุผล อาจกล่าวได้ว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในพระสูตรนั้น เป็นคำสอนเบื้องต้นที่มิได้มุ่งอธิบายความเป็นมาเป็นไป หรือเหตุผลเบื้องหลังอย่างละเอียด แต่เมื่อพระพุทธศาสนามีการพัฒนามากขึ้นทางด้านความคิดและเหตุผล ก็จึงเกิดความพยายามที่จะทำคำสอนเหล่านี้ให้เป็นระบบ และมีเหตุผลรองรับเพื่อให้ผู้ที่ยังสงสัยอยู่ หรือขาดศรัทธาในคำสอนของพระพุทธศาสนา ได้เกิดศรัทธาจากการศึกษาทำความเข้าใจกระบวนการของเหตุผลต่างๆ ที่ท่านนาคารชุนได้นำเสนอในงานชิ้นนี้ ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า "โศลกมูลฐานว่าด้วยทางสายกลาง" นี้เป็น "อรรถกถา" ที่อธิบายคำสอนของพระพุทธองค์ไว้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนั่นเอง ใน "โศลกมูลฐาน" เราจะเห็นว่า ท่านนาคารชุนได้วิเคราะห์คำสำคัญๆในพระพุทธศาสนาไว้หมด เช่น อริยสัจสี่ ปฏิจจสมุปบาท อวิชชา เหตุ ปัจจัย และอื่นๆ อันจะทำให้เราเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
หนังสือเล่มนี้มีวางจำหน่ายที่ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป และสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตได้ที่นี่